อบรมสัมมนา 2553

อบรมสัมมนา
สร้างพลังความเชื่อด้วยหลักการ ข้อที่6 ของการสร้างความเชื่อ!!! Print
User Rating: / 1
PoorBest 

check-hand.jpgในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงหลักการในการสร้างความเชื่อ  BELIEF  ข้อที่ 5
 คือ   E  = Emotion  =  อารมณ์ความรู้สึก   วันนี้เรามาศึกษาหลักการของการสร้างความเชื่อ ในภาษาอังกฤษ  ตัวที่ 6 ซึ่งเป็นตัวสุดท้าย ของคำว่า B –E –L –I –E - F : ความเชื่อมั่น (n)     นั่นก็คือ F  = Faithful  =  ความซื่อสัตย์ , คำมั่นสัญญา  

ในหลักการของการสร้างความเชื่อไม่ว่าจะเป็น  B = Better  =  ดีขึ้นกว่าเดิม
 E = Example  = เป็นแบบอย่างที่ดี  L = Lovely  =  ความสวยงาม,  Long term  = ระยะยาว  I  = Information =  ข้อมูล ความเป็นจริง  E = Emotion  =  อารมณ์ ความรู้สึก  
ข้อสรุปสุดท้ายของการสร้างความเชื่อถือได้อย่างมั่นคงยาวนานที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ คำมั่นสัญญา

การสร้างความเชื่อถือ หรือ ความเชื่อมั่น  ความซื่อสัตย์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุด ถึงแม้เราจะมีหลักการของการสร้างความเชื่อทั้งหมดตั้งแต่  B –E –L –I –E  แต่ถ้าขาด  F  = Faithful  =  ความซื่อสัตย์ , คำมั่นสัญญา  ความเชื่อนั้นก็สิ้นสุดลงทันที  การนำเสนอ ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างโน้น อย่างนี้  ใช้หลักการทั้งหมดของการสร้างความเชื่อ แต่ถ้าไม่เป็นจริงดั่งคำมั่นสัญญาที่พูดไว้ คือไม่ซื่อสัตย์  ความเชื่อนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน  ความจริงปรากฎเมื่อไหร่ ความเชื่อนั้นก็สิ้นสุดทันที ดังมีข่าวสารมากมายตามหน้าหนังสือพิมพ์
 ความซื่อสัตย์ , คำมั่นสัญญา ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างทรงอานุภาพมากที่สุด เวลาที่เราพูดหรือเราจะทำอะไร? ให้ใครเชื่อถือ แม้จะมีคนเชื่อในขณะที่พูด แต่ในเวลาต่อมา ไม่เป็นไปตามที่พูดไว้  ความเชื่อถือนั้นก็สิ้นสุดลงทันที ตัวอย่างง่ายๆที่ชัดเจนมากที่สุดก็คือ เวลามีคนมายืมเงินเรา แล้วให้คำมั่นสัญญาว่า จะเอาเงินที่ยืมมาคืนวันโน้นวันนี้  เราเชื่อในคำพูดเขา แล้วเราก็ให้เขายืมไป แต่เมื่อถึงเวลาจะคืน ก็ไม่เอามาคืนตามที่สัญญาไว้ หรือเอามาคืนผิดเวลาจากที่นัดหมายไว้ เราก็จะไม่เชื่อถือเขาอีกเลย ครั้งต่อไปมายืมเงินอีกเราก็จะไม่ให้เพราะผิดคำพูดที่เคยให้ไว้ หรือผิดคำมั่นสัญญาคือไม่ซื่อสัตย์นั่นเอง มีคนหลายคนผิดพลาดขาดความน่าเชื่อถือก็เพราะไม่สามารถทำได้ตามที่พูด หรือเวลารับปากใครไว้แล้วทำไม่ได้ตามนั้น
    สรุปแล้วหลักการสร้างความเชื่อมีองค์ประกอบด้วยกันทั้งหมดคือ
                B = Better           =        ดีขึ้นกว่าเดิม
                E = Example       =        เป็นแบบอย่างที่ดี
                L = Lovely           =        ความสวยงาม
                      Long term     =         ระยะยาว
                I  = Information   =      ข้อมูล ความเป็นจริง
                E = Emotion        =        อารมณ์ ความรู้สึก
                F = Faithful         =         ความซื่อสัตย์


จากข้อมูลทั้งหมดคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน ในการสร้างความเชื่อ ที่ทำให้คนเชื่อถือเรา หรือถ้าเราจะเชื่อถือใคร? หรือเชื่อถืออะไร? สักอย่างหนึ่ง  ลองเอาหลักการนี้ไปใช้ดู โดยเฉพาะการพูดที่ทำให้ใครเชื่อเราในเรื่องนั้นๆ  เราต้องพูดให้ผู้ฟังรู้สึกว่าถ้าเขาเชื่อในสิ่งที่เราพูดแล้ว  เขาจะดีขึ้นกว่าเดิม  พร้อมทั้งพูดยกตัวอย่างประกอบเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน  มีข้อมูลความเป็นจริงเพียบพร้อม ใส่อารมณ์ความรู้สึกหนักแน่นจริงจัง หากตัวท่านมีเสน่ห์ ผู้ฟังเชื่นชอบท่าน เขาก็จะยิ่งเชื่อถือ และที่สำคัญสิ่งที่เราพูดต้องเป็นจริงตามที่พูด คือต้องมีความซื่อสัตย์ ผู้ฟังก็จะเชื่อ และความเชื่อนั้นก็จะอยู่ได้ยืนยาว ทำให้เราเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นการพูดที่ทำให้คนเชื่อถือจึงเป็นเรื่องที่ควรฝึกฝน ในทางกลับกัน ถ้าท่านจะเชื่ออะไร? ท่านลองเอาหลักการนี้ไปใช้ดู  ท่านจะมีสติพิจารณาได้อย่างรอบคอบ แล้วท่านจะไม่ถูกหลอก  ขอความสำเร็จโชคดี จงมีแด่ทุกท่าน  สวัสดี!!!

 

a-korn-tm.gifบทความโดย: อ.กร การันตี
http://www.richtraining.com

 ----------------------------------------------------------------------------

บทความต่างๆ ในเวบไซต์นี้ เป็นลิขสิทธิ์ของทางเวบไซต์ หากท่านใดต้องการนำไปเผยแพร่
กรุณาทำลิ้งค์กลับมายังเวบไซค์ http://www.richtraining.com ด้วยครับ “ไม่มีไฟ ย่อมไม่มีควัน
ความเชื่อ!!!  สร้างได้ด้วยหลักการแห่งความเชื่อ”

 

 
Next >

ตารางการอบรมประจำเดือน

You are here  :หน้าหลัก